‘ศศลักษณ์ ไหประโคน’ เอาชนะพรสวรรค์ ด้วยการทำงานหนัก!

จากเด็กที่ผิดหวังจากการคัดตัวมาหลายครั้ง สู่ดาวเตะชุดแชมป์ไทยลีก 2017 หนึ่งในทัพ ‘ช้างศึก’ชุดแชมป์ซีเกมส์ 2017 และในวันนี้ ‘ศศลักษณ์ ไหประโคน’ คือแข้งไทยคนแรกในรอบ 35 ปี ที่ไปเตะให้ ‘ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส’  แชมป์เคลีก 8 สมัย

‘พี’ ศศลักษณ์ ลูกคนที่สองของครอบครัวไหประโคน เติบโตในครอบครัวที่ไม่ได้สบายนัก โดยครอบครัวฝั่งคุณแม่ มีอาชีพเป็นคณะลิเก ส่วนฝั่งคุณพ่อ มีอาชีพทำงานก่อสร้าง เขาเตะบอลเป็นประจำหลังเลิกเรียนที่โรงเรียนวัดแจ้ง ในอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ผิดหวังจากการคัดตัวมากมาย ทั้งการเรียนต่อมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม และโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา จนสุดท้ายจึงเบนเข็มไปคัดตัวนักกีฬาฟุตซอล ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี

ช่วงแรก ​‘เจ้าพี’ มีปัญหาด้านการปรับตัว ถึงขนาดแอบร้องไห้ แต่ก็ตัดสินใจสู้ต่อ โดยมี ‘ฟุตซอล’ ที่ทำให้พบกับมิตรภาพมากมาย ‘ศศลักษณ์’ โดดเด่นในวงการฟุตบอลนักเรียนอย่างมาก โดยเฉพาะฟุตซอล และในที่สุดโอกาสทองก็วิ่งเข้ามาหาเขา เมื่อ ‘ชลบุรี บลูเวฟ’ ยอดทีมโต๊ะเล็กไทย และ ‘แบงค็อก ยูไนเต็ด’ ติดต่ออยากเซ็นสัญญา ซึ่งสุดท้ายเจ้าพีเลือกฟุตบอลสนามใหญ่

ศศลักษณ์ ได้สัญญาฉบับแรก ปี 2014-2016 มีโอกาสลงสนามเพียง 13 เกม โดยเป็นตัวจริงแค่ 4 นัด และยิงได้ 1 ประตู รวมเวลาในสนามตลอด 3 ปี แค่ 368 นาที เท่านั้น!!! ซึ่งทำให้เขารู้สึกว่า อนาคตเริ่มสั่นคลอน

ปี 2016 ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ ยื่นข้อเสนอให้กับเจ้าพี ในขณะที่ ‘แบงค็อก ยูไนเต็ด’ ก็ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ อีก 4 ปี แต่เพราะต้องการเรียนให้จบมหาวิทยาลัย อย่างที่ใจตั้งเป้าไว้ เขาจึงต่อสัญญากับแบงค็อก ยูไนเต็ดต่อไป

ปี 2017 ศศลักษณ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตติดทีมชาติไทย ทั้งชุดซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย และรอบคัดเลือก ฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ซึ่งหากเขาไม่มีเกมเล่น เขาอาจจะต้องพลาดการติดทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

เลกที่สองของปี 2017 ‘ปราสาทสายฟ้า’ ยื่นข้อเสนออีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เจ้าพีไม่ได้ปฏิเสธ เขาได้ลงสนามให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึง 9 นัด โดยเป็นตัวจริง 8 เกมด้วยกัน และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดแชมป์ไทยลีก 2017 และยังเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติไทย ชุดแชมป์ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซียด้วย

จากนั้น ‘ศศลักษณ์’ ก็ยึดตัวหลักของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาครองได้แบบเต็มตัว ในตำแหน่งวิงแบ็กซ้าย และได้แชมป์ไทยลีกมาแล้ว 2 สมัย ในปี 2017 และ 2018 รวมถึงเคยลงสนามในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม มาแล้วด้วย โดยเฉพาะในปี 2018 ที่ช่วยให้ปราสาทสายฟ้าผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ‘เอซีแอล’ ได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร

ซึ่งในรอบน็อกเอาต์ครั้งนั้น ‘บุรีรัมย์’ เจอกับ ‘ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส’ ยอดทีมจากเคลีก ซึ่งปราสาทสายฟ้าสามารถเอาชนะไปได้ก่อนในเกมแรก ด้วยสกอร์ 3-2 ก่อนจะบุกไปแพ้ 0-2 ในเกมต่อมา ทำให้ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย แต่ในความพ่ายแพ้นั้น ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากจากสื่อของเกาหลีใต้

เดือนมิถุนายน ปี 2021 ‘พี’ ศศลักษณ์ บินลัดฟ้าจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปประเทศเกาหลีใต้ หลังจากจบภารกิจกับทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สอง โดยหมุดหมายปลายทางอยู่ที่สนาม จอนจู เวิลด์คัพ สเตเดี้ยม สนามเหย้าของสโมสรชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส แชมป์เคลีก 8 สมัย ด้วยสัญญายืมตัวเบื้องต้น 6 เดือน พร้อมจารึกชื่อเป็นแข้งไทยคนแรกในรอบ 35 ปี ต่อจากปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

เด็กหนุ่มที่ออกเดินทางตามความฝัน ผ่านอุปสรรคและทำงานหนัก มีโอกาสลงประเดิมสนามนัดแรก ในตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายให้กับ ‘นักรบสีเขียว’ ช่วง 4 นาทีสุดท้าย ในศึกเคลีก หนึ่งในลีกชั้นนำของเอเชีย ในเกมที่เปิดบ้านชนะ แดกู เอฟซี 2-1 เมื่อ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *